อาการเสียวฟัน

อาจารย์ ทันตแพทย์ ดร.สุธิดา  พูลทอง
ภาควิชาทันตกรรมหัตถการ
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ ฟันดี สุขภาพดี
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

 

ทำไมจึงเสียวฟัน

ก่อนที่เราจะทราบว่าทำไมถึงเสียวฟันได้ เราควรจะรู้ว่าฟันประกอบด้วยอะไรบ้างก่อนคือ ฟันทั้งซี่ ประกอบด้วย เนื้อฟัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนหรือเป็นโครงของตัวฟันที่เราเห็น โดยจะมีเคลือบฟันหุ้มตัวฟันที่อยู่เหนือเหงือก สำหรับรากฟันก็จะมีเคลือบรากที่หุ้มเนื้อฟันอยู่เช่นกัน สรุปแล้วเนื้อฟันจะถูกหุ้มด้วยเคลือบฟันที่อยู่เหนือเหงือก และถูกหุ้มด้วยเคลือบรากฟันที่ในตำแหน่งอยู่ในเหงือก สำหรับด้านในก็จะเป็นโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะเป็นที่อยู่ของเส้นประสาทฟันและที่อยู่ของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงตัวเนื้อฟัน ถ้ายกตัวอย่างง่ายๆ ก็เหมือนกับว่า เรามีมะละกอหนึ่งลูก แล้วเราผ่าเปลือก ข้างนอกก็จะเป็นเคลือบฟัน เนื้อก็จะเป็นเนื้อฟัน ส่วนแกนด้านในที่เป็นโพรงก็จะเป็นที่อยู่ของประสาทฟัน สรุปแล้วคือ ฟันเรามีชีวิต มีอาการเสียว เจ็บหรือปวดได้ แต่ตัวเนื้อฟันเองไม่ได้เป็นเนื้อแน่นๆ ตัวเนื้อฟันจะประกอบด้วยท่อเนื้อฟันเป็นล้านๆ ท่อ เล็กมาก ในท่อแต่ละท่อก็จะมีเส้นประสาทยื่นเข้าไป และมีของเหลวที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทอยู่ตามท่อฝอยเล็กๆ เหล่านั้น นี่คือส่วนประกอบคร่าวๆ ของตัวฟันซึ่งต้องปูพื้นไว้สักนิดว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เดี๋ยวอธิบายถึงเรื่องเสียวฟัน จะได้พอมีความเข้าใจ

ไม่น่าเชื่อว่าฟันที่อยู่ในปากของเราเป็นซี่ๆ นี้จะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ เยอะแยะ มากมายถึงกับเป็นล้านๆ ท่ออย่างที่คุณหมอว่าเมื่อสักครู่ ถ้าพูดถึงเรื่องของอาการเสียวฟัน จะเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง

เรื่องเสียวฟันนี้รู้สึกว่าทุกคนคงได้ประสบกันมาหมดแล้ว เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกับว่าคนเราเมื่อเวลาโดนหยิกจะต้องมีอาการเจ็บ มันเป็นการป้องกันของร่างกายอย่างหนึ่งที่จะให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดีที่จะเกิดขึ้นกับเรา ถ้าเราไม่มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟันเลย เราก็จะไม่รู้ว่ามีฟันผุ อย่างนี้เป็นต้นและทำไมถึงมีอาการเสียวฟัน อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่า เนื้อฟันประกอบด้วยท่อเล็กๆ ที่มีเส้นประสาทฟันหล่อเลี้ยง พร้อมกับของเหลวที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทฟันอยู่ เมื่อเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน ก็จะทำให้ไปกระตุ้นเส้นประสาทและทำให้เราเกิดการเสียวฟัน การเคลื่อนไหวของของเหลวเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เมื่อของเหลวโดนความเย็นของเหลวจะหดตัว ก็จะเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน ดังนั้นเราก็จะรู้สึกเสียวฟัน

นอกจากความเย็นแล้ว บางคนบอกว่าความร้อนก็ทำให้เสียวฟันได้เหมือนกันใช่หรือไม่

ใช่ ปกติแล้วส่วนใหญ่การเสียวฟันมักจะเกิดจากความเย็นมากที่สุด อันดับสองมักจะเกิดจากการขัดสี ไม่ว่าจากแปรงสีฟันหรือบางครั้งรู้สึกว่าฟันเป็นรอยและเราเอาเล็บไปขูดก็อาจจะเสียวได้ หรืออาจจะเอาไม้จิ้มฟันไปขูด ก็อาจจะเสียวได้เพราะการที่เราเอาเล็บหรือไม้จิ้มฟันไปขูด จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวได้เช่นกัน และความร้อน ของหวานของเปรี้ยวก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความดันออลโมติคในตัวท่อเล็กๆ เมื่อโดนของหวาน ความร้อน ความเย็นก็จะเกิดการหดตัว ขยายตัว ก็จะเกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวและทำให้เกิดการเสียวฟัน

อยากให้คุณหมอพูดถึงสาเหตุ  ของการเสียวฟันว่า จริงๆ แล้วมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของการเสียวฟันมีมาก แต่เราสามารถแยกเป็นใหญ่ๆ ได้ 2 ส่วน คือ เกิดจากความบกพร่องของฟันเองและเกิดจากความบกพร่องของวัสดุฟัน เช่น ถ้าตัวฟันมีการร้าวเกิดขึ้น น้ำก็จะสามารถซึมลงไปได้ เมื่อน้ำซึมลงไปได้ก็เกิดการเคลื่อนไหวของเหลว ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ความเย็น น้ำหวานหรืออะไรก็แล้วแต่ก็เสียวได้ หรือมีวัสดุอุดฟันอยู่ และวัสดุอุดฟันร้าว แตก ก็ทำให้ความร้อน ความเย็น หรือของหวาน ซึมผ่านลงไปได้ หรือแม้ฟันผุเอง แบคทีเรียจะผลิตกรดออกมาละลายเนื้อฟัน เมื่อเนื้อฟันถูกละลาย พวกท่อเนื้อฟันที่มีเส้นประสาทฟันก็ถูกเปิดสู่สภาพแวดล้อมในช่องปากภายนอก ก็จะเกิดการเสียวฟันเช่นกัน หรือมีวัสดุอุดฟันที่เป็นโลหะสีเงินหรือสีทอง ถ้าเกิดรับประทานอาหารเย็นมาก ๆ เช่น ดื่มหรือทานน้ำเย็น น้ำแข็งโลหะจะนำความเย็นความร้อนก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟันได้อีกเช่นกัน ยังมีสาเหตุอีกมากมายส่วนใหญ่แล้วอาการเสียวฟันมักจะมาจากความผิดปกติของวัสดุอุดฟัน หรือตัวฟันเองจึงทำให้เกิดการเสียวฟัน

ถ้ามีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นกับเรา เราจะมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง

ถ้าเกิดอาการเสียวฟันเกิดขึ้นกับเราแล้ว หลักการง่ายๆ คือ ทำอย่างไรถึงจะหยุดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟันให้ได้ มีหลายวิธี เช่น หมอฟันบางท่านอาจแนะนำให้ใช้ยาสีฟันชนิดที่แปรงแล้วมีการตกตะกอนของผลึกของสารประกอบบางชนิด โดยผลึกจะไปตกตะกอนแล้วอุดหรือบล๊อคบริเวณปากท่อเนี้อฟัน เมื่อผลึกที่ตกตะกอนไปบล๊อคตรงท่อ แล้วการเคลื่อนไหวของของเหลวภายในท่อจะลดลง หรือแบคทีเรียเองจะเข้าไปในท่อเนื้อฟันก็ลำบากขึ้น ทำให้อาการเสียวลดลงได้เช่นกัน

ฟันที่มักจะมีอาการเสียว มักจะเป็นฟันซี่ไหนเป็นส่วนใหญ่

ถ้าเป็นฟันปกติ โดยยังไม่มีรอยอุดหรือรอยรักษาจากทันตแพทย์ ส่วนใหญ่มักจะเป็นซี่กรามน้อยประมาณ 38% โดยเฉพาะบริเวณคอฟันจะเป็นบริเวณที่มีความโค้งนูนมากที่สุดเมื่อแปรงฟันไม่ถูกวิธี คอฟันจะเป็นจุดที่ถูกเลื่อยก่อนและจะถูกเลื่อยเป็นร่องลงไป ซึ่งจะพบมากในคนไข้ที่มาที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะเห็นเป็นร่องเนื่องจากถูกแปรงสีฟันเลื่อย นั่นคือรอยสึก หรืออาจเกิดจากบิดตัวของฟันบริเวณคอฟัน ทำให้เกิดการแตกของเคลือบฟันและเนื้อฟันเป็นร่องได้เช่นกัน รองลงไปมักจะเป็นฟันหน้าและฟันเขี้ยว ไปถึงซี่สุดท้ายคือ ฟันหลัง นอกจากการสึกจากรอยตรงคอฟันแล้วอาจเป็นไปได้ว่า ในกรณีฟันหลังที่ใช้งานหนักๆ แล้วสึกลงไปเยอะ ก็อาจจะเสียวได้เช่นกัน โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีที่ชอบรับประทานของเปรี้ยว เช่น เม็ดบ๊วยหรือของเปรี้ยวทุกอย่างรวมถึงน้ำอัดลมที่มีความเป็นกรดสูง หรือน้ำส้มสายชู อาหารประเภที่กล่าวมา จะมีความเป็นกรดและความเป็นกรดนี้จะทำให้เนื้อฟันนุ่มลง ได้ถึงประมาณ 4 เท่า ในขณะที่มันนุ่มลงและเราไปเคี้ยวมัน มันก็จะถูกขัด ถูไถออกไปได้ง่าย แต่ถ้าเราดื่มน้ำอัดลมและดื่มนมตาม หรือบ้วนปากด้วยน้ำที่มีฟลูออไรด์ความนิ่มก็จะกลับแข็งขึ้นมาได้ เนื่อจากจะมีกระบวนการ ที่เราเรียกว่า demineralization คือ แร่ธาตุของฟันจะถูกละลายออกมาเนื่องด้วยความเป็นกรด เมื่อถูกละลายออกมาแล้ว ในน้ำลายของเราจะมี บัฟเฟอร์ คาพาซิตี้ ซึ่งจะลดความเป็นกรดลงและกลับมาเกิดการ remineralization คือเอาแคลเซียมหรือฟลูออไรด์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีอยู่ในช่องปาก เสริมกลับเข้าไปให้แข็งกลับดังเดิมได้ ถ้ากระบวนการนี้ครบวงจร ฟันเราก็กลับมาคงสภาพเดิม แต่ถ้ายังไม่ครบวงจร เราเกิดไปถู ไปขัด ไปเคี้ยวมันก่อน มันก็จะสึกออกไปได้ง่ายกว่าปกติ อันนี้เป็นข้อควรระวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีที่ชอบรับประทานของเปรี้ยวๆ

คนไข้ไปขูดหินปูนที่คลีนิกแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะไปขูดหินปูน ฟันด้านหน้าที่เป็นฟันใหญ่ๆ 2 ซี่นี้ ไม่มีอาการ เสียวเลย พอขูดหินปูนไป รู้สึกว่าคุณหมอเอาเครื่องมืออะไรมาเจียรตรงด้านในของฟันหน้า 2 ซี่ หลังจากนั้นก็กลับมาดื่มน้ำตามปกติ แล้วเกิดอาการเสียวฟันขึ้นมา ถึงไม่ดื่มน้ำ แต่สูดลมหายใจเข้าไป ก็ยังเสียวฟันด้านหน้า ผ่านมา 4-5 วัน แล้วก็ยังเป็นอีก น่าจะเกิดจากอะไร

เมื่อเราขูดหินปูน หินปูนที่หุ้มรากฟันอยู่ จะถูกกะเทาะออกไป รากฟันก็จะสัมผัสกับน้ำลาย โอกาสที่ของเหลวในท่อเนื้อฟันเคลื่อนไหวเนื่องจากความเย็น ความร้อน หรือโดนลมก็จะมีได้มากกว่า เพราะเราไม่มีหินปูนบังไว้แล้ว แต่ถ้าเราจะเก็บหินปูนไว้ ก็ไม่ดีเพราะหินปูนจะทำลายเหงือกทำให้เหงือกร่นลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงต้องกำจัดหินปูนออก เนื่องจากมีเหงือกร่น และเพิ่งขูดหินปูนออกใหม่ๆ เป็นปกติที่จะต้องมีอาการเสียวฟันบ้าง แต่ร่างกายของเราจะมีการป้องกันตามธรรมชาติ คือ สักพักท่อเนื้อฟันจะตีบลงๆ เกิดจากสิ่งกระตุ้นเช่น โดนลม โดนน้ำ เสียวบ่อยๆ ร่างกายเราจะผลิตแคลเซียมหรือสารอนินทรีย์บางชนิดเมาปิดท่อเนื้อฟันโดยธรรมชาติ ทำให้ท่อเนื้อฟันตีบลงเพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้ว ประมาณ 20-40% จะมีอาการดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์จากรายงานการวิจัย แต่ในแต่ละตัวบุคคลอาจจะมีความแตกต่างกันของการเสียวฟันเพราะฉะนั้นคงต้องให้เวลาสักนิด แต่ถ้าเป็นเดือนแล้วยังไม่หายคงต้องให้ทันตแพทย์ดูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทันตแพทย์คงต้องหาวิธีแก้ไขโดยอาจจะทำการเคลือบฟันทำให้หายเสียว แต่คิดว่ากระบวนการ กลไกการป้องกันตนเองตามธรรมชาติของฟันเราจะทำให้อาการเสียวฟันดีขึ้น แต่ต้องให้ระยะเวลานิดหนึ่ง

กัดของแข็งทำให้ฟันแตกตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้วตอนนี้เริ่มมีอาการเสียวฟัน ต้องถอนออกหรือไม่หรือจะมีวิธีอื่นที่ไม่ต้องเสียฟันไป

ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฟันผุหรือฟันแตก เราพยายามจะเก็บรักษาฟันให้มากที่สุด โดยใช้วิธีการรักษารากฟันเข้าช่วยและเสริมเดือยใส่ครอบฟัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นในปัจจุบันเราจะลดการถอนฟันลงไปได้มาก ในกรณีที่กัดของแข็งแล้วฟันแตก จะต้องทราบก่อนว่าฟันที่แตกนี้อยู่เหนือเหงือกหรืออยู่ใต้เหงือก ถ้าอยู่เหนือเหงือกนี้ไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่ว่าเราก็หาทางอุดปิดเพื่อไม่ให้เนื้อฟันหรือท่อเนื้อฟันสัมผัสกับน้ำลาย ก็จะหายเสียวไปเอง ถ้ากรณีที่กัดของแข็งแล้วฟันแตกลงไปใต้เหงือก จะทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น จะต้องมาเอ็กซเรย์ และตรวจวิเคราะห์ดูว่า แตกลงไปใต้เหงือกแค่ไหน จะบูรณะขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าสุดวิสัย คือ แตกลงไปใต้เหงือกลึกมาก คงต้องถอน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเก็บไว้ได้

ถอนฟันผุออกไปแล้วแต่ตอนนี้ฟันข้างเคียงเริ่มมีอาการเสียวฟัน เป็นเพราะอะไร

เมื่อถอนฟันที่ผุออกไปแล้วตรงกลางจะเป็นโพงคิดว่าเหงือกคงจะร่นลงไป พอเหงือกร่นแล้วรากฟันสัมผัสกับน้ำลาย ปกติแล้วรากฟันควรจะมีเหงือกคลุมอยู่ เมื่อรากฟันหดหรือเหงือกร่นลงไปสัมผัสกับน้ำลาย ก็จะมีโอกาสเสียวฟันได้สูงเพราะฉะนั้นคงต้องให้เวลาสักพัก ถ้าหากไม่หายจริงๆ ทันตแพทย์คงมีวิธี เช่น ปัจจุบันมีเรซิน ซึ่งถ้าจะเรียกว่าเคลือบเรซินก็คงจะได้ วิธีการคือ จะใช้กรดอ่อนๆ กัดตรงเนื้อฟันทำให้ท่อเนื้อฟันเปิดกว้างขึ้นและเอาเรซินทาลงไปให้ซึมเข้าไปในท่อให้หมดและฉายแสงให้แข็ง ตอนนี้เรซินก็จะไปปิดปากท่อเนื้อฟันทั้งหมด เมื่อมีความร้อนความเย็น ของเหลวภายในท่อเนื้อฟันทั้งหมด เมื่อมีความร้อนความเย็น ของเหลวภายในท่อเนื้อฟันจะเคลื่อนไหวได้ยากขึ้น เพราะเรซินบล็อคท่อเนื้อฟันทั้งหมดแล้ว อาการเสียวฟันจะลดลง นี่ก็เป็นวิธีที่ทันตแพทย์กำลังใช้กันอยู่เพื่อลดอาการเสียวฟัน

ถ้ายังไม่มีอาการเสียวฟันแต่อยากป้องกันไว้ก่อน ไม่อยากให้อาการนี้เกิดขึ้นกับเรา จะมีข้อแนะนำในเรื่องการป้องกันการเสียวฟันอย่างไรบ้าง

เจ้าของฟันต้องมีความรู้ว่าทำไมถึงเสียวฟัน เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ฟันผุก็จะเกิดจากฟันสึก ดังนั้น ต้องแปรงฟันให้ถูกวิธี อย่าคิดว่าแปรงแรงๆ แล้วจะสะอาด แปรงให้ได้แรงที่พอเหมาะแต่ถูกวิธีให้ทั่วถึงจะดีกว่า ฟันก็จะไม่สึก เนื้อฟันก็ไม่ถูกขัดสีออกไป เมื่อเคลือบฟันและเคลือบรากฟันอยู่ครบฟันก็ไม่ถูกขัดสีออกไป เมื่อเคลือบฟันและเคลือบรากฟันอยู่ครบฟันก็จะไม่เสียว และอีกกรณีหนึ่งคือ ถ้าเราแปรงฟันไม่สะอาด มีคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่ คราบจุลินทรีย์พวกนี้ก็จะผลิตกรดหรือผลิตสารพิษ (toxin) ต่างๆ มาทำให้เกิดการเสียวฟันได้เช่นกัน สิ่งที่หลีกเลี่ยงง่ายที่สุด คือ ต้องระวังเรื่องอาหาร อาหารเปรี้ยวรับประทานได้แต่ต้องพยายามบ้วนน้ำตามหรือน้ำอัดลมก็เช่นกัน เมื่อเราดื่มน้ำอัดลมแล้วเอาฟันครูดกันจะรู้สึกว่าสากๆ หรือเรียกว่าเข็ดฟัน เพราะน้ำอัดลมมีความเป็นกรดสูงมากทำให้เนื้อฟันถูกกัดไปแล้วผิวก็จะหยาบ พร้อมที่จะหลุดออกได้ถ้าเราเอาอะไรไปขูด ถ้าเราบ้วนน้ำที่มีฟลูออไรด์หรือดื่มนมก็จะมีแคลเซียมจะไปเสริมความแข็งแรง สรุปแล้ว ระวังเรื่องแปรงฟัน การใช้งานและอาหาร

ยาสีฟันที่มีการโฆษณาที่เห็น ๆ กันอยู่ทุกวันนี้สามารถที่จะแก้อาการเสียวฟันได้จริงหรือไม่

จริงๆ แล้วยาสีฟันพวกนี้ได้ทำการทดลองในห้องทดลองมาเรียบร้อยแล้วและได้ผลจริง แต่เมื่อมาใช้กับฟันของคนจริงๆ แล้ว อาจจะมีองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้ผลสำเร็จลดลงไปบ้าง แต่ตามหลักการแล้วเป็นจริง คือ ต้องการให้เกลือของโลหะบางชนิดไปตกตะกอนบริเวณปากท่อเนื้อฟัน เมื่อตกตะกอนก็จะไปอุดบริเวณท่อเนื้อฟัน การเคลื่อนไหวของน้ำในท่อเนื้อฟันก็เกิดได้น้อยลง หลักการใหญ่ๆ ก็คือ ทำอย่างไรจะลดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อเนื้อฟัน

ใช้แล้วจะสามารถแก้ได้ทันทีทันใดเลยหรือไม่

ไม่ได้ ต้องใช้เวลาพักใหญ่เพราะถ้าต้องการจะแก้ทันทีทันใดต้องไปหาทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะใช้เรซินเคลือบ หรือบางแห่งใช้เลเซอร์ยิงเนื้อฟันบริเวณผิวให้หลอมละลายปิดปากท่อเนื้อฟัน ก็จะบล็อคปากท่อเนื้อฟันไปโดยอัตโนมัติ เป็นการรักษาด้วยความรวดเร็วคือการเสียวได้ทันที หรือบางท่านเสียวมาก ทนไม่ไหว อาจจะใช้วิธีฉีดยาชาเพื่อลดความไวของเส้นประสาท หรืออาจต้องอุดด้วยวัสดุบางชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำมันกานพลู เพื่อเป็นการลดความไวของเส้นประสาท ทำให้ฟันเราชาได้

มีข้อแนะนำอะไรเพิ่มเติมบ้าง

ฟันเป็นสิ่งที่เราใช้ อย่างน้อยที่สุด คือเคี้ยวอาหาร 3 มื้อ 3 ครั้ง เพราะฉะนั้น การสึกเป็นเรื่องปกติ ทำอย่างไรจะให้สึกน้อย คือระวังเรื่องอาหาร อย่ารับประทานอาหารที่เป็นกรดมากนัก เช่น ของเปรี้ยว น้ำส้มสายชู น้ำอัดลม พวกนี้เป็นกรดหมด เมื่อกรดทำให้ฟันนิ่มแล้วเราใช้งานพอีดก็จะเสริมทำให้สึกมากขึ้น เมื่อสึกมากเคลือบฟันหายหมด ก็จะเริ่มมีการเสียวฟันและฟันจะเตี้ยลงทุกวัน แต่ถ้ารักษาฟันดี ระวังเรื่องอาหารและใช้งานให้ถูกต้อง แปรงฟันให้ถูกวิธี ฟันก็จะอยู่กับเราไปจนแก่เฒ่า ไม่ใช่ว่าฟันเราจะต้องแก่หรือพังไปตามอายุ ถ้าเรารักษาดีแล้ว มันก็จะอย่างนั้นไปตลอด การดูแลรักษาฟันที่ถูกต้องจะทำให้ฟันของเราอยู่ให้เราใช้งานไปตลอดชีวิต ฟันดีก็เคี้ยวอาหารได้ดี ส่งผลทำให้สุขภาพเราดีไปด้วย

จัดฟันมหิดล

Your Healthy Smile
is My Work!