ที่ไหนดี
ราคา
ทันตกรรมมหิดล
ผ่าฟันคุด
ฟันปลอม
thai
eng
จัดฟันมหิดล

 

 

 

 

 

         

ฟันผุ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิง ดร. ดารณี  ตัณฑ์ไพโรจน์
ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ คุยกับหมอฟัน
คณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ถาม       โรคฟันผุคืออะไร
ตอบ      โรคฟันผุเป็นโรคที่เกิดการทำลายแร่ธาตุซึ่งเป็นองค์ประกอบของฟัน โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่ในแผ่นคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่บนตัวฟัน โดนจุลินทรีย์จะนำน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปใช้สังเคราะห์พลังงานจากน้ำตาลนั้น ผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการสังเคราะห์พลังงานของเชื้อจุลินทรีย์คือกรด ที่เป็นกรดอินทรีย์หลายชนิดซึ่งกรดเหล่านี้จะละลายแต่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของฟัน โดยขบวนการนี้ก็จะเกิดสลับกันไประหว่างการทำลายแล้วก็การหยุดทำลาย คือเมื่อหยุดรับประทานอาหารหรือแปรงฟัน ค่า pH  คือค่าความเป็นกรดด่างในช่องปากก็จะสูงขึ้น ค่า pH สูง หมายถึง มีความเป็นกรดน้อย ขบวนการละลายก็จะหยุดลง หากมีน้ำตาลในช่องปากในปากก็จะมีความเป็นกรดมากก็จะมีการละลายแร่ธาตุในฟัน สลับกันไปมาจนเมื่อมีการละลายแร่ธาตุมากระดับหนึ่งก็จะเกิดเป็นรูผุขึ้น

ถาม       รูผุนี้ชาวบ้านเรียกว่าแมงกินฟันใช่ไหม
ตอบ      จริง ๆ ที่เรียกโรคฟันผุว่าแมงกินฟันจะว่าผิดก็ไม่ใช่ จะว่าถูกก็ไม่เชิง เพราะถ้าเราคิดว่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากที่ชาวบ้านเข้าใจว่าคือแมงก็อาจจะถูก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช้ตัวหนอนหรือตัวอะไร แต่เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีขนาดค่อนข้างจะเล็กมากอยู่ในแผ่นคราบจุลินทรีย์

ถาม       สาเหตุจริง ๆ ของโรคฟันผุมาจากอะไรบ้าง
ตอบ      โรงฟันผุเป็นโรคที่มีสาเหตุร่วมหลายประการ โดยจะต้องมีปัจจัยอย่างน้อย 4 อย่างคือ ตัวฟัน เพราะจะต้องเป็นตำแหน่งที่เกิดการผุ เชื้อจุลินทรีย์ อาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทน้ำตาล และต้องมีระยะเวลาที่นานพอ ดังนั้น มีเชื้อจุลินทรีย์อย่างเดียวแต่ไม่มีอาหารก็ไม่เกิดฟันผุขึ้น หรือว่ามีทั้งเชื้อจุลินทรีย์และอาหารแต่ว่าช่วงระยะเวลาที่กรดละลายฟันนั้นสั้นมาก หรือระยะเวลาในการละลายแต่ธาตุในฟันน้อยกว่าเวลาที่มีการสร้างเสริมของแร่ธาตุในตัวฟัน ฟันผุก็อาจจะหยุดยั้งลงแค่นั้น

ถาม       อาหารที่เชื้อจุลินทรีย์ชอบก็คืออาหารประเภทน้ำตาลใช่หรือไม่
ตอบ      ใช่

ถาม       เราจะป้องกันการเกิดโรคฟันผุได้อย่างไร
ตอบ      เราสามารถป้องกันโรคฟันผุได้โดยการแก้ไขที่สาเหตุ วิธีที่ 1 คือ ที่ตัวฟัน โดยทำให้ฟันมีความต้านทานต่อกรดมากขึ้นด้วยฟลูออไรด์ ซึ่งอาจใช้รับประทานหรือทาลงบนตัวฟันก็ได้ หากใช้โดยการรับประทานควรจะตรวจน้ำที่เด็กทานประจำว่ามีฟลูออไรด์ในน้ำหรือไม่ ถ้ามี มีปริมาณเท่าไร หากไม่มีฟลูออไรด์ในน้ำหรือมีในปริมาณที่ไม่เพียงพอที่จะช่วยป้องกันฟันผุได้ทันตแพทย์ก็จะสั่งฟลูออไรด์เสริมให้ ส่วนวิธีการทาลงบนตัวฟันทำได้โดยการเคลือบฟลูออไรด์โดยทันตแพทย์ นอกจากการทำให้ฟันมีความแข็งแรงมากขึ้นแล้วยังอาจปรับปรุงรูปร่างของฟันให้เกิดฟันผุได้ยากขี้นก็ได้ เนื่องจากด้านบดเคี่ยวของฟันมักจะมีหลุมและร่องฟัน เราอาจทำให้หลุมและร่องเหล่านี้ตื้นขึ้น เพื่อให้สามารถแปรงฟันทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นและเศษอาหารที่จะติดอยู่บนตัวฟันได้ยากขึ้น โดยใช้สารเคลือบร่องฟันซึ่งเป็นวัสดุประเภทสารโพลิเมอร์โดยทาไปบนผิวฟันที่ขรุขระ ซึ่งมักเป็นด้านบดเคี้ยวของฟันกรามโดยเฉพาะในฟันกรามที่เริ่มขึ้น เพื่อไม่ให้คราบจุลินทรีย์เกาะได้ และสารเคลือบร่องฟันนี้จะไม่ละลายในกรด ทันตแพทย์มักแนะนำให้ทำการผนึกหลุมร่องฟนในเด็กที่ฟันแท้ขึ้นใหม่ ๆ หรือในผู้ใหญ่ที่อายุน้อย ๆ ก็อาจผนึกหลุมร่องฟันที่ยังไม่ผุได้ ในฟันผุน้อย ๆ ก็อาจจะอุดส่วนที่ผุด้วยโพสิตและใช้สารเคลือบหลุมร่องฟันในบริเวณอื่นที่ยังไม่ผุแต่ว่ามีโอกาสผุในอนาคต อีก 2 วิธี คือ การกำจัดสาเหตุ คือ เชื้อจุลินทรีย์ และอาหาร การกำจัดเชื้อจุลินทรีย์วิธีง่าย ๆ ที่ได้ผลก็คือ แปรงฟันการแปรงฟันหลังอาหาร ขอเน้นว่าหลังอาหาร ถ้าทำได้ทุกมื้อก็จะดี เพราะว่าการแปรงฟันเป็นฟันการทำความสะอาด และในยาสีฟันก็มีฟลูออไรด์ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับตัวฟันอีกประการหนึ่งด้วย

ถาม     การแปรงฟันจะต้องแปรงฟันหลังอาหารทุกวัน เคยได้ยินมาว่าถ้าแปรงฟันบ่อย ๆ อาจจะทำให้ฟันสึก
ตอบ     อาจจะฟันสึกได้ ถ้าแปรงฟันไม่ถูกวิธี ดังนัน จะต้องแปรงฟันให้ถูกวิธี ไม่ควรใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบมาก ส่วนใหญ่ยาสีฟันชนิดที่เป็นหลอดที่ขายในท้องตลาดนั้นทั่วๆ ไปก็ใช้ได้ ไม่ควรใช้แบบผง และควรจะเลือกใช้แปรงสีฟันชนิดที่ขนแปรงนิ่มที่สุด คือคนเรามีความรู้สึกว่าถ้าไม่แข็งก็จะไม่สะอาด แปรงสีฟันนิ่ม ๆ จะทำให้สะอาดได้อย่างไร จริง ๆ แล้วอยู่ที่วิธีแปรงมากกว่าเพราะฉะนั้นอยากจะแนะนำให้ไปพบทันแพทย์เพื่อขอให้ทันตแพทย์สอนวิธีแปรงฟันให้หลังจากขูดหินปูนหรืออุดฟัน การแปรงฟันส่วนใหญ่ถ้าเราแปรงฟันแบบลากไปลากมาที่จะเรียกว่าแบบไม้กวาดจะทำให้ฟันสึกได้ง่าย วิธีแปรงฟันที่ถูกต้องคือจะต้องขยับแปรงเป็นวงแคบ ๆ แล้วก็ปัด

ถาม     แต่เราสอนเด็กให้แปรงฟันแบบไม้กวาด เป็นวิธีที่ถูกหรือไม่
ตอบ      ในเด็กใช้วิธีแปรงฟันแบบนี้ได้ เพราะเด็กยังเล็กอยู่ จะแปรงฟันไม่คล่อง เพราะบังคับมือไม่ค่อยได้ จึงใช้วิธีนี้แปรงฟันในเด็กแต่พอเด็กเริ่มโตมากขึ้นจนสามารถใช้มือได้ดีขึ้น ประมาณ 6 – 7 ขวบ ขึ้นไปก็อาจเริ่มสอนแปรงฟันด้วยวิธีขยับปัดได้ และคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก นอกจากจะมีบริการทันตกรรมสำหรับเด็กแล้ว ยังมีสอนการรักษาสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้องให้กับเด็ก ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างให้เด็กสามารถเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่รักษาความสะอาดช่องปากได้อย่างดี

ถาม       เราทราบวิธีการป้องกันการเกิดโรคฟันผุมา 2 วิธีแล้ว ก็คือทำให้ฟันแข็งแรงและแปรงฟันเพื่อเป็นการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์
ตอบ      เราสามารถป้องกันได้โดยการกำจัดอาหารของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งก็จะมาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปแต่ไม่ใช้ทานไม่ได้แต่ควรเลี่ยงอาหารหวาน โดยเฉพาะพวกน้ำตาลหรืออาหารที่ติดฟันโดยเฉพาะอาหารหวานและติดฟันด้วย เพราะจะทำให้แผ่นคราบจุลินทรีย์นั้นมีความเป็นกรดอยู่นานมาก ทำให้มีโอกาสเกิดฟันผุได้ง่าย แต่ถ้าเราอยากทานอาหารหวานก็สามารถทานได้บ้างแต่ควรจะทานอยู่ในมื้ออาหาร เพราะการทานในมื้ออาหารจะมีผลให้เกิดฟันผุน้อยกว่าการทานระหว่างมื้อ แต่ไม่ควรรับประทานอาหารจุบจิบ เพราะอาหารหวานที่เป็นแป้งติดฟันหรืออมทอฟฟี่ตลอดเวลาจะเกิดฟันผุได้ง่ายมาก

ถาม     ถ้าเราอยากจะทานระหว่างมื้อหรืออยากจะอมลูกอมสักเม็ดสองเม็ดหลังจากอมแล้วเราจะทำความสะอาดอย่างไร
ตอบ      การบ้วนปากก็จะช่วยได้บ้าง คือบ้วนปากด้วยน้ำเปล่า แต่อาจจะไม่ดีเท่าการแปรงฟัน

ถาม       อาหารที่เชื้อจุลินทรีย์ชอบ คือ อาหารหวานใช่หรือไม่
ตอบ      ใช้ อาหารที่เชื้อจุลินทรีย์ชอบ คือ อาหารประเภทแป้งและน้ำตาล โดยน้ำตาลจากอาหารหวานจะเป็นอาหารให้กับเชื้อจุลินทรีย์โดยตรง

ถาม       อาหารเปรี้ยวก็มีโอกาสทำให้ฟันผุได้หรือไม่
ตอบ      ใช่ แต่อาหารเปรี้ยวอาจจะทำให้เกิดฟันสึกได้มากกว่าฟันผุเพราะถ้าความเป็นกรดต่ำเกินกว่าระดับหนึ่ง จะเกิดฟันสึกแทนการเกิดฟันผุ คือ ฟันผุกับฟันสึกดูเผิน ๆ อาจจะคล้าย ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้ว แตกต่างกันโดยในระยะแรกของการเกิดฟันผุผิวบนสุดของฟันจะยังไม่ถูกทำลายไป ซึ่งขบวนการทางเคมีที่ค่อนข้างซับซ้อน คือ ผิวของฟันในระยะที่เริ่มผุจะไม่ถูกทำลาย แต่จะมีการทำลายอยู่ด้านในเพราะฉะนั้นบางครั้ง แม้จะเห็นว่าตัวฟันยังดี ๆ อยู่แต่เมื่ออุดเสร็จแล้ววัสดุอุดมีขนาดใหญ่มาก เพราะส่วนที่ผุจะเป็นรูข้างใน ส่วนการสึกจากอาหารรสเปรี้ยว หรือว่าคนไข้บางคนที่อาเจียนบ่อย ๆ จะมีกรดจากกระเพาะอาหารค้างอยู่ในช่องปากหลังจากอาเจียนฟันมักจะสึกในลักษณะหวำลงไปเลย

ถาม       มีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ตอบ      จะขอเน้นเรื่องความถี่ของการทานอาหารเพราะว่ายิ่งทานจุบจิบบ่อยขึ้นจะทำให้ฟันผุมากขึ้น เคยมีการศึกษาวิจัยนานมาแล้วที่สถาบันสำหรับผู้พิการทางจิต แต่ทำไม่ได้แล้วเพราะผิดจริยธรรมโดยเอาคนไข้แบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ บางกลุ่มจะให้รับประทานทอฟฟี่วันละ 8 ครั้ง นอกเหนือไปจากอาหารที่ทานโดยให้ทานระหว่างมื้ออาหาร บางกลุ่มจะให้รับประทานน้ำตาลมาก ๆ แต่ให้ทานในมื้ออาหาร ผลปรากฎว่ากลุ่มที่ทานระหว่างมื้อฟันผุมากกว่ากลุ่มที่ทานน้ำตาลในมื้ออาหาร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความถี่หรือเวลาในการรับประทานมีผลต่อการเกิดโรคฟันผุ นอกจากนี้ลำดับของการรับประทานอาหารก็มีผลต่อการเกิดโรคฟันผุ เช่น การรับประทานของหวานแล้วตามด้วยผลไม้ที่มีกากและเส้นใยจะช่วยทำให้ความเป็นกรดของแผ่นคราบจุลินทรย์ลดลง คือช่วยบดโอกาสของการเกิดโรค ดังนั้น อาจจะรับประทานมันแกว มะม่วงดิบ หลังจากรับประทานของหวานที่ชอบได้บ้าง

ถาม     เราจะสังเกตว่าเกิดฟันผุแล้วได้อย่างไร
ตอบ     ฟันสามารถผุได้หลายตำแหน่ง โดยตำแหน่งของฟันที่ผุได้ง่ายที่สุด คือ ด้านบดเคี้ยวซึ่งจะมีหลุมและร่องฟัน ทำให้เศษอาหารและแผ่นคราบจุลินทรีย์ติดได้ง่ายและยากต่อการทำความสะอาด ฟันผุในระยะแรกจะมองเห็นเป็นฝ้าขาว ๆ บนตัวฟัน เช่นในเด็กที่จัดฟันชนิดที่เป็นลวดยึดติดอยู่กับฟัน และทำความสะอาดฟันได้ไม่ดีพอ เมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันแล้วจะเห็นเป็นรอยฝ้าขาว ๆ อยู่รอบ ๆ เครื่องมือนั้น คือ เริ่มเกิดฟันผุในระยะแรกแล้วซึ่งต้องแยกจากการที่ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป เพราะถ้าได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่มากเกินไปก็จะเกิดลักษณะเป็นฝ้าขาว ๆ บนตัวฟันได้เช่นกัน แต่จะเป็นฝ้าคนละแบบกัน การเกิดเป็นรอยฝ้าขาวบนตัวฟันเป็นสัญญาณอันแรกที่ชี้ให้เห็นว่าเราเริ่มมีฟันผุแล้ว ต่อมาเนื้อฟันจะค่อย ๆ ถูกทำลายจนกระทั้งเป็นโพรงหรือรูผุขึ้นมา แต่อาจมีอาการหรือไม่ก็ได้ หากมีอาการก็มักจะเริ่มจากมีความรู้สึกว่ามีอาการเสียวขณะทานอาหาร เสียวเมื่อเคี้ยวอาหารหรือเสียวฟันเมื่อมีเศษอาหารเข้าไปติด จะเป็นสัญญาณบอกว่าฟันผุนั้นได้ลุกลามไปค่อนข้างมากแล้ว ดังนั้นจะขอแนะนำว่าควรไปตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน เพื่อจะได้รับให้การรักษาตั้งแต่ฟันผุในระยะเริ่มแรก

ถาม       ส่วนใหญ่ฟันที่ผุมักจะเป็นฟันกรามใช่หรือไม่
ตอบ      ใช่ เพราะฟันกรามเป็นฟันที่มีหลุมและร่องฟันบนด้านบดเคี้ยวมาก โดยมักจะผุที่ฟันกรามล่างก่อน คือ ฟันกรามล่างจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุสูงสุด คือ ถ้าในปากมีฟันผุแค่ 2 – 3 ซี่ ก็อาจทายได้ว่าจะเป็นที่ฟันกรามล่าง ส่วนฟันอื่น ๆ ก็มีอัตราการเกิดโรคฟันผุลดหลั่นกันมา โดยฟันหน้าล้างจะมีอัตราการเกิดโรคฟันผุน้อยที่สุด ถ้าฟันหน้าลางของใครมีรอยผุอาจจะเห็นเป็นรู หรือเป็นฝ้าขาวมีรูดำหลายซี่ ก็ควรจะรีบไปพบทันตแพทย์เพราะเป็นลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าฟันของท่านฟันผุมากแล้ว

ถาม       การเริ่มผุที่ฟันกรามเป็นเฉพาะในผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ เพราะตอนนี้ฟันหน้าของลูก 4 ซี่หน้าผุหมดเลย
ตอบ      ในฟันน้ำนมก็จะเริ่มผุที่ฟันกรามเช่นกัน และในเด็กฟันกรามจะผุง่ายกว่าฟันหน้าและเด็กมีโอกาสที่จะมีฟันผุทั้งปากง่ายกว่าผู้ใหญ่เพราะว่าเด็ก ๆ จะรักษาความสะอาดได้ไม่ค่อยดี โดยเฉพาะในกรณีของเด็กที่พ่อ แม่ ให้ทานนมแล้วนอนหลับพร้อมขวดนมอยู่ในปากจะมีโอกาสมากที่จะเกิดฟันผุทั้งปากโดยเฉพาะฟันหน้า เพราะว่านมมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบเชื้อจุลินทรีย์จะนำน้ำตาลในนมไปใช้งานก็จะเกิดกรดมาละลายแร่ธาตุในฟัน ประกอบกับเด็กนอนหลับทั้งคืนโดยมีนมแช่อยู่ในปากตลอดคืนเพราะฉะนั้นเด็กจะมีโอกาสเกิดฟันผุทั้งปากได้มาก

ถาม       เด็กบางคนฟันผุมากจนเหลือแต่รากฟัน มีผลเสียใช่หรือไม่
ตอบ      ใช้ผู้ปกครองบางคนคิดว่าฟันน้ำนมจะต้องหลุดไปถึงแม้ฟันน้ำนมจะผุก็ไม่เป็นไรเพราะจะมีฟันแท้ขึ้นมาแทน แต่ถ้าฟันน้ำนมผุ และมีการอักเสบมีหนองที่ปลายราก จะทำให้หน่อฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้กำลังมีการพัฒนาอยู่นั้นมีการเจริญที่ผิดปกติได้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าฟันน้ำนมผุไม่สำคัญ

ถาม       เด็กอายุประมาณ 4 -5 ขวบ เคยให้ฟลูออไรด์ครั้งเดียวตอน 1 ขวบ แล้หลังจากนั้นไม่เคยให้อีกเลย จะทำให้ฟันผุได้ง่ายไหม
ตอบ      อายุ 1 ขวบเป็นช่วงเวลาที่ฟันกำลังสร้างตัว การได้รับฟลูออไรด์ขณะที่ฟันกำลังสร้างจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับฟันส่วนที่กำลังสร้างอยู่ในขณะที่ได้รับฟลูออไรด์เสริม ดังนั้นจึงแข็งแรงกว่าฟันที่ไม่ได้รับฟลูออไรด์เลย และในระยะหลังเชื่อว่าฟลูออไรด์นอกจากจะมีผลต่อฟันที่กำลังสร้างแล้วยังมีว่ามีผลต่อการป้องกันฟันผุ คือ ผลเฉพาะที่ด้วย โดยทำให้ฟันที่กำลังผุหยุดยั้งลง และเกิดการเสริมสร้างแร่ธาตุเข้าไปแทนแร่ธาตุที่ถูกละลายออกมาในการผุในระยะแรก เพราะฉะนั้นการจะได้รับฟลูออไรด์ที่ได้ผลดีจึงควรได้รับอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่ต่ำ ๆ อย่างเช่น บางประเทศจะเติมฟลูออไรด์ลงในน้ำหรือว่าอาจเติมฟลูออไรด์ลงในนมหรือยาเม็ด โดยมีฟลูออไรด์ในปริมาณต่ำ ๆ แต่ได้รับฟลูออไรด์เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน รวมทั้งฟลูออไรด์ในยาสีฟันก็จะมีผลช่วยป้องกันการเกิดโรคฟันผุได้มาก แต่ในเด็กต้องระวังในกรณีที่ให้เด็กแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เองเด็กอาจกลืนยาสีฟันได้เพราะเด็กจะบ้วนปากได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ อาจทำให้เด็กได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงเกินไป ซึ่งจะมีผลเสีย คืออาจมีจุดขาวบนตัวฟัน เพราะฉะนั้นยาสีฟันที่ให้เด็กใช้ไม่ควรมีปริมาณมากเกินไปควรใช้ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวก็พอ ไม่ควรบีบให้เต็ม ๆ แปรงสีฟัน

ถาม       ถ้าได้รับฟลูออไรด์เมื่ออายุ 1 ขวบ แล้ว 4 – 5 ขวบ ไม่ได้รับฟลูออไรด์อีกเลย จำเป็นจะต้องมาพบคุณหมอเพื่อขอฟลูออไรด์อีกหรือไม่
ตอบ      เด็กควรจะได้รับฟลูออไรด์ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 16 ปี เพื่อใฟ้ฟันแท้ทุกซี่มีความแข็งแรง ต้านทานการเกิดโรคฟันผุและทันตแพทย์จะเคลือบฟลูออไรด์ประเภทเจลให้ หลังจากที่ทำฟันเสร็จแล้ว โดยการเคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์เจลทุก 6 เดือนจะช่วยป้องกันฟันผุได้ในระยะยาว เพราะฟลูออไรด์เจลจะมีความแข้มข้นของฟลูออไรด์ค่อนข้างสูงและสะสมอยู่บนผิวฟันค่อนข้างนาน

ถาม       การรักษาโรคฟันผุ มีวิธีการอย่างไร
ตอบ      โรคฟันผุรักษาได้โดยการอุดฟันถ้าฟันผุมากจนทะลุโพรงประสาทฟันจะไม่สามารถอุดฟันได้จะต้องรักษาคลองรากฟัน คือจะต้องทำความสะอาดข้างในคลองรากฟันจนกระทั่งแน่ใจว่าสะอาดดีไม่มีเชื้อโรคก็จะอุดโพรงประสาทฟันหรือคลองรากฟัน และบูรณะที่ตัวฟันด้วย ดังนั้น การรักษาโรคฟันผุมี 2 อย่างคือ อุดฟันและรักษาคลองรากฟัน

ถาม       การจะอุดฟันหรือรักษาคลองรากฟันนั้นขึ้นกับทันตแพทย์ใช่ไหมว่า ฟันซี่ไหนให้การรักษาอย่างไร
ตอบ      ส่วนใหญ่ทันตแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยโดยขึ้นกับอาการของคนไข้ว่าลุกลามไปมากน้อยเพียงไร โดยสังเกตได้ง่าย ๆ ว่า ฟันซี่นั้นมีอาการปวดไม่ใช่เสียวขึ้นมาเอง โดยอยู่เฉย ๆ แล้วปวด ต้องรักษารากแต่ต้องแยกจากการปวดเมื่อเคี้ยวอาหาร, เมื่อทานของหลานหรือของเย็นเพราะการรักษาจะต่างกัน

ถาม       วัสดุที่ใช้อุดฟันมีกี่ชนิด
ตอบ      วัสดุที่ใช้อุดฟัน ส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่เป็นโลหะผสมเงิน เรียกว่าอมัลกัม บางคนจะเรียกว่าตะกั่วแต่จริง ๆ แล้วไม่มีตะกั่ว องค์ประกอบ คือ เงิน ดีบุก ทองแดง ปรอท ซึ่งการอุดด้วยอมัลกัมมีข้อดีคือ มีความแข็งแรงทนทานมาก จะอยู่ได้นานนับ 10 ปี แต่มีข้อเสียคือ จะต้องการความหนาระดับหนึ่งจึงจะมีความแข็งแรงทนทานเพียงพอ ดังนั้นจึงต้องกรอฟันให้มีขนาดกว้างและหนามากพอ ซึ่งบางกรณีอาจเป็นการสูญเสียเนื้อฟันโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในฟันผุระยะแรก แต่ปัจจุบันมีวัสดุชนิดใหม่ซึ่งทันตแพทย์เรียกว่า คอมโพสิต เป็นวัสดุที่ผสมจำพวกพลาสติกเรซิน ชนิดหนึ่งซึ่งมีสีเหมือนฟันและสามารถยึดติดกับผิวฟันได้ ดังนั้นการอุดฟันด้วยคอมโพสิตจึงไม่จำเป็นต้องมีความหนามากเท่ากับอมัลกัม จึงใช้คอมโพสิตเป็นวัสดุอุดในกรณีที่ฟันผุเล็กน้อยเพื่อสงวนเนื้อฟันเอาไว้ และที่สำคัญก็คือคอมโพสิตจะมีสีคล้ายฟัน ซึ่งสามารถเลือกใข้เหมือนกับฟันคนไข้ได้ เมื่อประมาณ 5 – 10 ปีที่ผ่านมามักจะใช้คอมโพสิตในการอุดฟันหน้า เพื่อความสวยงานเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันมีความแข็งแรงมากขึ้นจึงสามารถใช้อุดในฟันหลังได้ด้วย

ถาม       ราคาของคอมโพสิตและอมัลกัมแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ      แตกต่างกันเพราะตัววัสดุคอมโพสิตเองจะมีราคาค่อนข้างแพงกว่าอมัลกัมมาก รวมกับเวลาที่ต้องใช้เพราะขั้นตอนจะมีมากกว่าและต้องการความชำนาญ ความระมัดระวังมากกว่าการอุดอมัลกัมมิฉะนั้นจะทำให้การอุดไม่ได้ผล เมื่อรวมทั้งค่าวัสดุที่แพงกว่าและเวลาที่ใช้มากกว่าทำให้การอุดฟันด้วยคอมโพสิตมีค่ารักษามากกว่าอมัลกัม

ถาม       คนไข้มีสิทธิเลือกไหมว่าจะใช้วัสดุแบบไหน
ตอบ      คนไข้สามารถเลือกได้แต่ปกติหมอจะแนะนำว่า การอุดฟันซี่นี้เหมาะที่จะใช้วัสดุชนิดใด เพราะอะไร แต่ถ้าคนไข้ไม่ชอบก็สามารถบอกหมอได้ เช่นในคนไข้บางคนต้องการความสวยงามมาก ขออุดด้วยวัสดุสีเหมือนฟันจึงเป็นดุลยพินิจของหมอและคนไข้ร่วมกันว่าสมควรจะอุดด้วยอะไร

ถาม       ในอมัลกัมมีปรอทเป็นส่วนผสม แล้วจะมีอันตรายจากปรอทหรือไม่
ตอบ      ไม่เป็นอันตราย เพราะปรอทที่เป็นอันตรายจะเป็นปรอทที่เป็นอนุภาคอิสระ เช่นไอปรอทที่เราสูดเข้าไป แต่ว่าปรอทที่อยู่ในอมัลกัมนี้จะเป็นปรอทที่ผสมเป็นสารประกอบกับเงินหรือทองแดงหรือดีบุก เป็นสารประกอบคงตัวแล้ว ไม่ปล่อยอนุภาคอิสระออกมาอีกแล้ว แต่คนที่อาจได้รับอันตรายจากปรอทในอมัลกัมมักเป็นทันตแพทย์มากกว่า เพราะว่าปรอทที่เป็นอนุภาคอิสระ คือ ปรอทก่อนที่จะผสม ก่อนที่จะใส่ไปในปากคนไข้ เพราะฉะนั้นหมอกับผู้ช่วยจะมีโอกาสที่จะได้รับไอปรอทสูงมากกว่าผู้ป่วย เราจึงมีความระมัดระวังในเรื่องการใช้และการผสมอมัลกัมมากโดยจะสังเกตเห็นว่าคลีนิกทำฟันจะไม่มีพื้นเป็นพรม เพราะว่าพรมจะเป็นที่สะสมปรอทได้

ถาม       อายุการใช้งานของทั้งอมัลกัมและคอนโพสิตนี้ต่างกันไหม
ตอบ      อมัลกัมซึ่งเป็นโลหะเงินผสมกับปรอทจะมีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี แต่คอมโพสิตจะมีอายุการใช้งานสั้นกว่า ประการหนึ่งเพราะว่าเป็นวัสดุชนิดใหม่ ยังออกตลาดมาไม่นานนัก ประวัติศาสตร์การใช้งานไม่นานเท่าโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 5 ปี หรือ 7 – 8 ปี คือยังมีอายุการใช้งานสั้นกว่า แต่ปัจจุบันยังมีการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าอีกไม่นานคงเทียบเคียงกับอมัลกัมได้

ถาม       ถึงแม้วัสดุอุดฟันจะอายุการใช้งานนานแต่ก็ยังควรไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน
ตอบ      ใช่

ถาม       ในส่วนของการอุดฟันในเด็ก เวลาที่เราอุดฟันในเด็กที่เป็นฟันน้ำนม เมื่อฟันน้ำมนหลุดไปวัสดุที่อุดไว้ก็จะหลุดติดไปกับฟันน้ำนมเลยใช่ไหม
ตอบ      ใช้ ก็จะหลุดไปพร้อมกับฟันน้ำนม

ถาม       กรณีที่อุดไม่ได้แล้วจะต้องรักษาคลองรากฟันนั้นทำอย่างไร
ตอบ      การักษาคลองรากฟัน คือการรักษาฟันผุที่ลุกลามเข้าไปถึงโพรงประสานฟันแล้ว คือฟันของเรานั้นส่วนนอกจะเป็นเคลือบฟันที่แข็งซึ่งเคลือบฟันจะเป็นส่วนที่แข็งที่สุดของร่างกาย (แข็งกว่ากระดูก) ส่วนในสุดของฟัน เรียกว่าเป็นโพรงประสาทที่เป็นช่องว่างในฟันซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นเลือดเส้นน้ำเหลือง เส้นประสาทที่มาเลี้ยงฟัน ทำให้เรามีความรู้สึกปวดฟันได้ เมื่อการผุลุกลามไปจนกระทั้งถึงโพรงประสาทฟัน จะมีสารพิษจากเชื้อจุลินทรีย์หรือว่าตัวเชื้อจุลินทรีย์เอง ไปทำให้เกิดการอักเสบขึ้นภายในโพรงประสาท แต่โพรงประสาทฟันเป็นบริเวณที่ปิด คือไม่สามารถขยายขนาดได้เพราะมีเนื้อฟันซึ่งเป็นส่วนแข็งล้อมอยู่ภายนอก เมื่อมีการอักเสบจึงปวดมาก เพราะฉะนั้นเมื่อมีอาการอักเสบ มักจะรักษาโดยเปิดเข้าไปในโพรงประสาทฟันแล้วกำจัดเนื้อเยื่ออักเสบออกแล้วทำความสะอาด อาจต้องใช้เวลาหลายครั้ง เพราะในฟันหน้าจะมีคลองรากเดียวส่วนฟันกรามอาจมี 3 – 4 คลองรากฟัน โดยทันตแพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปในคลองรากฟัน และค่อย ๆ กำจัดเอาโพรงประสาทที่มีการอักเสบ และส่วนเนื้อฟันทีมีการผุออก เมื่อแน่ใจว่าในคลองรากฟันไม่มีเจ้าเชื้อจุลินทรีย์เหลืออยู่และสะอาดดีแล้ว ก็จะอุดคลองรากฟันแล้วจึงบูรณะตัวฟัน ซึ่งอาจต้องทำเป็นฟันเดือยอยู่ข้างในและคราบฟันเพื่อให้เกิดความแข็งแรง เพราะฟันที่รักษาคลองรากแล้ว จะไม่แข็งแรงเท่ากับฟันปกติ เนื่องจากมีการสูญเสียเนื้อฟันค่อนข้างมาก และบางคนเชื่อว่าเพราะไม่มีโพรงประสาทอยู่ข้างในฟันจึงเปราะ เหมือนกับกิ่งไม่ที่แห้งที่ยืนต้นอยู่

ถาม       ในเด็กที่ยังไม่มีฟันแท้ มีแต่ฟันน้ำนม เราจะรักษาคลองรากฟันได้ไหม
ตอบ      ได้ เพราะในฟันน้ำนมก็มีโพรงประสาทฟันเช่นกันแต่ขั้นตอนในการรักษาอาจจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ และทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเองว่าสมควรเก็บฟันซี่นั้นไว้ หรือสมควรที่จะถอน ถึงแม้ว่าจะมีฟันแท้ขึ้นมาทดแทนฟันน้ำนม แต่ฟันน้ำนมยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง คือ ช่องว่างไว้สำหรับฟันแท้ ถ้าฟันน้ำนมหลุดออกไปก่อนเวลาอันควรอาจมีผลให้ฟันแท้ช้อนเกได้

ถาม       การรักษารากฟันที่ต้องทำการรัษาต่อเนื่องหลายครั้ง หากไปรับการรักษาไม่ต่อเนื่องจะมีผลเสียอย่างไรหรือไม่
ตอบ      มีผลเสียเป็นอย่างมาก แต่บางคนอาจจะคิดว่า ตอนแรกที่มารักษาคลองรากฟันเพราะมีอาการปวด เมื่อทันตแพทย์ลงมือรักษาครั้งแรกอาการปวดก็หายไป แต่จริง ๆ แล้ว ยังต้องมารับการรักษาต่ออีก แต่ผู้ป่วยมักคิดว่าอาการปวดหายไปแล้ว ก็อาจไม่จำเป็นต้องกลับไปรับการรักษาต่ออีก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดเพราะฟันซี่นั้นรักษาคลองรากฟันค้างอยู่ โดยระหว่างการรักษาแต่ละครั้ง ทันตแพทย์จะอุดฟันโดยใช้วัสดุอุดชั่วคราว ซึ่งจะไม่คงทนถาวรและอาจรั่วซึมกลับไปติดเชื้อได้อีก

ถาม       การรักษาคลองรากฟันต้องใช้เวลานานเท่าใด
ตอบ      ระยะเวลาการรักษาคลองรากฟันจะขึ้นกับซี่ฟัน ปัจจุบันมีการรักษาเสร็จในครั้งเดียว เช่นในฟันหน้าหรือฟันหลังบางซี่ที่การอักเสบไม่รุนแรง คือการอักเสบในระยะแรกเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะประมาณ 2 – 3 ครั้ง แต่ฟันหลังที่มีปัญหามาก ๆ เช่นในฟันผู้สูงอายุ หรือในฟันบางซี่ที่มีคลองรากฟันตีบ หรือคดเคี้ยวอาจจะต้องใช้ 5 – 6 ครั้ง หรืออาจจะถึง 10 ครั้งก็ได้

ถาม       เวลาที่ปวดฟันไปพบคุณหมอ คุณหมอไม่ได้ทำอะไรให้ นอกจากให้ยาบรรเทาอาการปวดนี้เป็นเรื่องจริงไหม
ตอบ      แล้วแต่สาเหตุของการปวดฟันที่ไหน บางกรณีเช่นปวดฟันเนื่องจากฟันคุดกำลังมีการอักเสบอยู่ หมอจะไม่สามารถผ่าฟันคุดออกได้ในครั้งนั้น จะต้องให้ยาเพื่อให้หายอักเสบก่อน แล้วจึงนัดมาภายหลัง แต่ถ้าปวดฟันและเนื่องจากฟันผุหรือว่าฟันสึกต้องรักษารากฟันทันตแพทย์มักจะทำให้ทันที ดังนั้นจึงควรดูแลสุขภาพในช่องปาก และหมั่นมาตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ เพราะโรคฟันผุในระยะแรกอาจจะไม่ต้องอุดฟันแต่จะต้องรักษาความสะอาดให้ดี และใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ ปัจจุบันเราพยายามเน้นที่การป้องกันการเกิดโรคฟันผุมากกว่าการรักษาโรคฟันผุ

 

อ่านบทความ - กลิ่นปาก
บทความยอดนิยม : จัดฟัน แฟชั่นหรือความจำเป็น
กลับสู่หน้าหลัก - SKT dental center ทันตกรรมโดยคณาจารย์มหิดล